IR Home / Corporate Governance : Business Ethics
Print This Email This
Business Ethics

ข้อกำหนดเกี่ยวกับจริยธรรมธุรกิจและคู่มือจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน

เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) "บริษัทฯ" มีข้อพึงปฏิบัติที่ดีงาม และประพฤติตนอยู่ในแนวทางที่เหมาะสมต่อการประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพ ตลอดจนมีคุณธรรม มีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ทั้งเป็นการส่งเสริมระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลักความซื่อสัตย์ยุติธรรม และความโปร่งใสเป็นสำคัญ จึงกำหนดให้มี จริยธรรมธุรกิจและคู่มือจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัทฯ ขึ้นไว้เป็นมาตรฐานโดยการปรับปรุงจริยธรรมของพนักงานฉบับเดิม เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป

คำจำกัดความ

ให้ใช้คำจำกัดความดังต่อไปนี้กับคำต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ในข้อกำหนดเกี่ยวกับจริยธรรมธุรกิจและคู่มือจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัทฯ ดังนี้

  • "กรรมการ" หมายถึง บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติของกรรมการ ตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ให้เป็นกรรมการ และในที่นี้ให้หมายรวมถึง กรรมการตรวจสอบ กรรมการบริหาร กรรมการชุดย่อยอื่นๆ ของบริษัทฯ และที่ปรึกษาคณะกรรมการ
  • "ผู้บริหาร" หมายถึง พนักงานที่มีผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บริหารพึงประพฤติและปฏิบัติตามจริยธรรมธุรกิจและคู่มือจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ในฐานะพนักงานคนหนึ่งและพึงรับผิดชอบในผลงานของตนเองและของผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งมีแนวทางปฏิบัติที่ดีเพื่อเสริมสร้างการเป็นผู้บริหารที่ดี และในฐานะผู้บังคับบัญชาของพนักงาน ผู้บริหารพึงเป็นผู้นำ และเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติที่ดีให้แก่พนักงาน
  • "พนักงาน" หมายถึง พนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว พนักงานภายใต้สัญญาพิเศษ และผู้ร่วมสัญญาที่จะได้รับการว่าจ้างจากบริษัทฯ บริษัทฯ ถือว่าการทำงานที่มีประสิทธิภาพมิใช่เกิดจากความรู้ ความสามารถของพนักงานเท่านั้น ความประพฤติ และวิธีการปฏิบัติของพนักงาน ย่อมมีผลกระทบต่อตัวพนักงานต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อบริษัทฯ ด้วย
  • "ผู้มีส่วนได้เสีย" หมายถึง ผู้ถือหุ้น บุคคล กลุ่มบุคคล นิติบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือได้รับผลกระทบโดยตรงจากการดำเนินงานของบริษัทฯ
  • "ลูกค้า" หมายถึง คู่ค้าที่มีอุปการคุณต่อบริษัทฯ ลูกค้าพึงได้รับการบริการที่ดีเพื่อเป็นการจูงใจให้ลูกค้าใช้บริการของบริษัทฯ ต่อไป
  • "คู่ค้า" หมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล นิติบุคคล ที่ทำธุรกรรมกับบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้มีกำหนดจริยธรรมธุรกิจและคู่มือจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ไว้เป็นมาตรฐาน ดังต่อไปนี้

1. ข้อพึงปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  • 1.1 ดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นกลางทางการเมือง

    1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติหน้าที่ของตนตามข้อบังคับของบริษัทฯ ระเบียบข้อบังคับในการทำงานของบริษัทฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในทุกพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยให้ปรึกษากับหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ และเคารพความแตกต่างด้านวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น โดยไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีนั้นๆ
    2. บริษัทฯ ส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย และจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการช่วยเหลือ สนับสนุน หรือส่งเสริม การหลีกเลี่ยงหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
    3. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และตระหนักถึงความสำคัญของปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบจนทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ประสบผลสำเร็จ โดยให้ปฏิบัติตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด รวมถึงรายงานและบ่งชี้ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทฯ ให้แก่ผู้บังคับบัญชา หรือฝ่ายบริหารความเสี่ยงทราบ
    4. บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้วยการไม่ล่วงละเมิดสิทธิ หรือทรัพย์สินทางปัญญา ของผู้อื่น
    5. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ใช้สิทธิทางการเมืองที่พึงมี โดยเป็นการกระทำในนามของแต่ละบุคคล รวมทั้งไม่ใช้ตำแหน่งในบริษัทฯ ชื่อ หรือตราของบริษัทฯ ไม่หาเสียงหรือโฆษณาให้พรรคการเมืองหรือนักการเมืองใด ๆ ในพื้นที่ของบริษัทฯ รวมทั้งไม่ใช้ทรัพยากรและทรัพย์สินของบริษัทฯในการดังกล่าว ชักจูงผู้อื่นให้จ่ายเงินอุดหนุน หรือให้การสนับสนุนใดๆ แก่พรรคการเมือง หรือนักการเมือง
    6. บริษัทฯ จะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ส่งเสริมให้ใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

    1.2 ดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

    1. บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
    2. บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี หรือไม่เกิดความเสียหายต่อสังคม
    3. บริษัทฯ สนับสนุนโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ของภาครัฐและสังคมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยพิจารณาประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ
    4. บริษัทฯ ให้ความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน รวมถึงสนับสนุนให้ความช่วยเหลือกิจกรรมที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคม และสิ่งแวดล้อม
    5. บริษัทฯส่งเสริมและสนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เข้าร่วมในกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ
    6. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องร่วมกันส่งเสริมและสร้างสรรค์สังคม ทั้งในส่วนของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อความเจริญก้าวหน้าต่อสังคมโดยรวม
    7. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องดูแลป้องกันมิให้การดำเนินงานของบริษัทฯก่อให้เกิดความเสียหายต่อชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน

    1.3 ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย ลูกค้า คู่ค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม โดยไม่เอารัดเอาเปรียบทุกฝ่าย

    1. บริษัทฯ จะประกอบธุรกิจ และแข่งขันทางการตลาดอย่างเป็นธรรม โดยจะพยายามสร้างความเจริญเติบโตเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ผลตอบแทนที่ดี
    2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนตัดสินใจดำเนินการใดๆ ด้วยความโปร่งใส ระมัดระวัง รอบคอบ และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียม เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นโดยรวม
    3. บริษัทฯ จะรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกรายด้วยความเป็นธรรม
    4. บริษัทฯ พึงให้ความมั่นใจว่าสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย จะได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย
    5. บริษัทฯ พึงปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความจริงใจ เป็นธรรม และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือลูกค้าอยู่เสมอ
    6. บริษัทฯ พึงยึดมั่นในการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน และปราศจากการคุกคามใด ๆ เช่น
      • การคุกคามทางวาจา ได้แก่ การบิดเบือน ใส่ความ หรือทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
      • การคุกคามทางกาย เช่น การข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ขู่จะทำร้ายร่างกาย
      • การคุกคามที่มองเห็นได้ เช่น การสื่อข้อความก้าวร้าว การแสดงอากัปกริยา การใช้วาจา หรือการใช้รูปภาพที่ก่อให้เกิดความขุ่นเคือง
      • การคุกคามทางเพศ โดยบริษัทฯรวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ไม่มีพฤติกรรมที่เป็นการคุกคามทางเพศ โดยการคุกคามทางเพศ หมายถึง การกระทำใด ๆ อันก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ หรือก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่บั่นทอนกำลังใจ เป็นปฏิปักษ์ หรือ รบกวนการปฏิบัติงาน พฤติกรรมดังกล่าวครอบคลุมถึงการลวนลาม อนาจาร การเกี้ยวพาราสี หรือการล่วงเกินทางเพศไม่ว่าจะด้วยวาจา หรือร่างกายก็ตาม รวมทั้งการกระทำอื่นใดที่เป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามต่อผู้อื่น การร้องขอผลประโยชน์ทางเพศ การขู่เข็ญเอาเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดโดยอ้างจะเผยความลับ (Blackmail)

    1.4 การเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศ

    1. บริษัทฯจะนำเสนอรายงานสถานภาพของบริษัทฯ ผลประกอบการฐานะข้อมูลทางการเงิน การบัญชี และรายงานอื่นๆ โดยสม่ำเสมอ และครบถ้วนตามความจริง
    2. บริษัทฯจะไม่เปิดเผยข้อมูลที่เกินจริงหรือเกินความจำเป็น ซึ่งอาจทำให้เข้าใจว่าเป็นความพยายาม หรือจูงใจให้มีผลต่อราคาหลักทรัพย์
    3. บริษัทฯจะเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างเพียงพอ ทันเวลา ถูกต้อง และโปร่งใสโดยสม่ำเสมอ
    4. บริษัทฯจะระมัดระวังไม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียเกิดความสับสน และสำคัญผิดในข้อเท็จจริงของสารสนเทศ
    5. บริษัทฯจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทุกรายทราบถึงแนวโน้มในอนาคตขององค์กรทั้งในด้านบวกและด้านลบ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ มีข้อมูลสนับสนุน และมีเหตุผลอย่างเพียงพอ
    6. บริษัทฯจะต้องเปิดเผยข้อมูลโดยสอดคล้องตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย "ตลท." และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย "ก.ล.ต."

    1.5 การปฏิบัติต่อพนักงาน

    1. บริษัทฯ มีนโยบายที่จะดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้การดูแลแก่พนักงานและจัดให้มีสวัสดิการที่เหมาะสม รวมทั้งมีสภาพการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย
    2. บริษัทฯ มีสภาพการจ้างที่ยุติธรรม มีความเป็นธรรมต่อพนักงานทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ รับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ จากพนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค
    3. บริษัทฯ พึงสนับสนุนหรือส่งเสริมกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ในหมู่พนักงาน และระหว่างพนักงานกับองค์กร
    4. บริษัทฯ พึงส่งเสริมพัฒนาความรู้ ความก้าวหน้าให้แก่พนักงาน และสนับสนุนให้พนักงานมีโอกาสที่จะพัฒนาความก้าวหน้า
    5. บริษัทฯ พึงให้ผลตอบแทนแก่พนักงานด้วยความเป็นธรรม
    6. บริษัทฯ พึงปฏิบัติและให้ความเคารพการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นรากฐานของการพัฒนาบุคลากร
    7. ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ และให้ความเคารพต่อความเป็นปัจเจกชน และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่เลือกปฏิบัติจากความแตกต่างทางเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ตลอดจนสมรรถภาพทางร่างกาย
    8. บริษัทฯ จะพิจารณาการแต่งตั้ง และการโยกย้าย รวมทั้งการให้รางวัล และการลงโทษ กระทำด้วยความเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสมของพนักงานเป็นเกณฑ์

    1.6 การสร้างค่านิยมที่คำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กร

    1. บริษัทฯ พึงสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานทุกคนคำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กรมากกว่าผลประโยชน์ของตน และร่วมแรงร่วมใจกันเสริมสร้าง ปกป้อง และรักษาชื่อเสียงของบริษัทฯด้วยการมีทัศนคติ และเป็นพนักงานที่ดีของบริษัทฯ แสดงออกด้วยความชื่นชมและภาคภูมิใจ รวมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทฯ ต่อสาธารณชน
    2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ โดยถือประโยชน์องค์กรเป็นสำคัญ ใช้เวลาการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ไม่กระทำหรือชักจูงผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใช้เวลาปฏิบัติงานเพื่อกิจกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับ ผลประโยชน์ขององค์กร
2. ข้อพึงปฏิบัติของกรรมการบริษัท
  • กรรมการบริษัทพึงมีแนวทางในการปฏิบัติตน เพื่อให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ กรรมการพึงรำลึกเสมอว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตนมิใช่พันธะและความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นเท่านั้น หากยังมีหน้าที่รับผิดชอบต่อลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่นด้วย การคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของบุคคลทุกกลุ่มดังกล่าว จึงเป็นแนวทางที่ควรปฏิบัติ โดยต้องมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติตน ดังนี้

    2.1 ความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และมีคุณธรรม

    ในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ กรรมการจะกระทำการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีคุณธรรม

    1. กรรมการพึงปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ ตามกฎระเบียบ และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
    2. กรรมการพึงปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการและกลุ่มที่มีผลประโยชน์ และต้องไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวเกี่ยวข้องในการตัดสินใจทางธุรกิจ
    3. กรรมการพึงปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ความรู้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ รวมถึงการพัฒนาตนเองให้มีคุณธรรม จริยธรรม หมั่นฝึกฝน ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ นำมาช่วยพัฒนาการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น
    4. กรรมการพึงรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียด้วยความเป็นธรรม
    5. การปฏิบัติหน้าที่หรือการกระทำใด ๆ ของกรรมการพึงเป็นไปโดยซื่อสัตย์ สุจริต และมีคุณธรรม มีความสำนึกในหน้าที่และมีความรับผิดชอบ และยึดถือผลประโยชน์ขององค์กรเป็นหลักสำคัญในการตัดสินใจ
    6. กรรมการพึงยึดมั่นต่อความจริง และไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดทั้งทางตรง และทางอ้อม ไม่พึงพูดหรือกระทำการอันเป็นเท็จ และไม่พึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยละเว้น การพูด หรือการปฏิบัติ
    7. กรรมการพึงปฏิบัติกับผู้ร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความสุภาพ มีน้ำใจ และมีมนุษย์สัมพันธ์อันดี เป็นผู้นำและแบบอย่างที่ดี เอาใจใส่ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งในด้านการปฏิบัติงาน สร้างขวัญกำลังใจ และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดจนปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

    2.2 การดำเนินธุรกรรมส่วนตัว

    ในฐานะกรรมการบริษัท การดำเนินธุรกรรมส่วนตัว หรือธุรกิจอื่นๆ ของกรรมการพึงต้องแยกออกจากการดำเนินกิจการของบริษัทฯ

    2.3 การรักษาความลับ

    1. กรรมการไม่พึงเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทฯ ลูกค้า พนักงาน และการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนาต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากบริษัทฯ
    2. กรรมการจะไม่พึงใช้ข้อมูลที่ได้รับจากการเป็นกรรมการบริษัท เพื่อประโยชน์ทางการเงินส่วนตนและผู้อื่น ที่มิได้กระทำไปเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ
    3. กรรมการจะไม่เปิดเผยข้อมูลเชิงธุรกิจของบริษัทฯ ต่อคู่แข่งขัน แม้หลังพ้นสภาพการเป็นกรรมการ

    2.4 การเปิดเผยเรื่องผลประโยชน์

    1. กรรมการต้องเปิดเผยผลประโยชน์จากธุรกิจส่วนตัว หรือธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งเรื่องใดๆ ที่เป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    2. กรรมการจะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อผลประโยชน์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ รวมถึงการทำให้บริษัทฯ เสียผลประโยชน์ หรือได้รับประโยชน์น้อยกว่าที่ควร หรือเป็นการแบ่งผลประโยชน์จากบริษัทฯ

    2.5 การยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย

    1. กรรมการพึงยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
    2. กรรมการจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันตามหลักเกณฑ์ของ ตลท. และ ก.ล.ต.

    2.6 การรับเงิน ของขวัญ และผลประโยชน์อื่นๆ

    1. กรรมการต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตนจากผู้ประกอบธุรกิจกับบริษัทฯ รวมทั้งผู้ที่กำลังติดต่อเพื่อดำเนินธุรกิจกับบริษัทฯ
    2. กรรมการต้องหลีกเลี่ยงการรับ เงิน ของขวัญของกำนัล และ/หรือผลประโยชน์อื่นใด จากผู้ที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจกับบริษัทฯ หรือจากผู้อื่น ซึ่งอาจได้ประโยชน์จากการปฏิบัติงานของพนักงานของบริษัทฯ
3. ข้อพึงปฏิบัติของผู้บริหารบริษัทฯ
    1. ผู้บริหารพึงปฏิบัติตนอยู่ภายใต้กรอบศีลธรรมประเพณีอันดีงาม ละเว้นพฤติกรรมที่เสื่อมเสีย และตัดสินใจดำเนินการใด ๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงาน
    2. ผู้บริหารพึงบริหารงานด้วยความระมัดระวังรอบคอบ เอาใจใส่ มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเป็นตัวอย่างในการเสริมสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผล อย่างมีจริยธรรม เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของบริษัทฯ
    3. ผู้บริหารต้องสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน ให้โอกาสในความก้าวหน้า ทั่วถึงและสม่ำเสมอ จัดสวัสดิการให้พนักงานอย่างเหมาะสม มีความจริงใจ เคารพในสิทธิ และการแสดงความคิดเห็นของพนักงาน
    4. ผู้บริหารพึงปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรมและไม่ใช้อำนาจในทางมิชอบ เปิดโอกาสให้พนักงานใช้สิทธิในการร้องเรียนกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมตามระบบและกระบวนการที่กำหนด
    5. ผู้บริหารต้องแสดงความยึดมั่นต่อจริยธรรมและจรรยาบรรณ โดยการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับพนักงานอื่น เสริมสร้างบรรยากาศในการทำงานให้เอื้อต่อการปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณ รวมทั้งมุ่งมั่นที่จะป้องปราม และป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิด จริยธรรมและจรรยาบรรณ
    6. ผู้บริหารต้องมีการพัฒนาความรู้และเข้าร่วมกิจกรรมด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ด้านความปลอดภัย ความมั่นคง อย่างสม่ำเสมอ
4. ข้อพึงปฏิบัติของพนักงานบริษัท
  • เพื่อเป็นการเสริมสร้างการทำงานที่ดี มีประสิทธิภาพ และเป็นการเสริมสร้างความสุขในการทำงาน พนักงานควรมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

    4.1 ข้อพึงประพฤติปฏิบัติต่อตนเอง

    1. พนักงานพึงประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับในการทำงานของบริษัทฯ โดยเคร่งครัด
    2. พนักงานพึงปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และด้วยความอุตสาหะขยันหมั่นเพียรและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของพนักงาน และบริษัทฯ
    3. พนักงานพึงมีทัศนคติที่ดีต่อบริษัทฯ ให้ความเคารพ เชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย และ/หรือระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ
    4. พนักงานที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่แสดงความก้าวร้าวกระด้างกระเดื่อง หรือกระทำตนเป็นปรปักษ์ต่อผู้บังคับบัญชา ให้เกียรติ และรู้จักกาลเทศะ ไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการไม่เคารพนับถือผู้บังคับบัญชา
    5. พนักงานพึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ ความสามารถ มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานตามตำแหน่ง
    6. พนักงานพึงปฏิบัติตนภายใต้กรอบศีลธรรมประเพณีอันดีงาม ละเว้นพฤติกรรมที่เสื่อมเสีย
    7. พนักงานพึงร่วมใจกันเสริมสร้าง ปกป้อง และรักษาชื่อเสียงของบริษัทฯ แสดงออกด้วยความชื่นชม และภูมิใจ รวมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทฯ ต่อสาธารณชน

    4.2 ข้อพึงประพฤติปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงาน

    1. พนักงานพึงมีความสมัครสมานสามัคคีต่อกัน และเอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายต่อบุคคลอื่น และบริษัทฯ
    2. พนักงานพึงปฏิบัติต่อเพื่อนพนักงานด้วยความมีอัธยาศัยไมตรีที่ดี มีความจริงใจเคารพสิทธิ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน หลีกเลี่ยงการนำข้อมูลหรือเรื่องราวของผู้อื่นทั้งในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน และเรื่องส่วนตัวไปเปิดเผย หรือวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งต่อเพื่อนพนักงานและต่อบริษัทฯ
    3. พนักงานพึงหลีกเลี่ยงการให้และการรับของขวัญของกำนัลอันมีมูลค่ามาก หรือเพื่อหวังผลตอบแทน หรือทำให้เกิดอคติทั้งต่อตัวพนักงาน ต่อเพื่อนพนักงานด้วยกัน และผู้ใต้บังคับบัญชากับผู้บังคับบัญชา

    4.3 ข้อพึงประพฤติปฏิบัติต่อบริษัทฯ

    1. พนักงานพึงร่วมใจกันเสริมสร้าง ปกป้อง และรักษาชื่อเสียงของบริษัทฯ แสดงออกด้วยความชื่นชม และภูมิใจ รวมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทฯ ต่อสาธารณชน
    2. พนักงานพึงมีความศรัทธา มีความผูกพัน ซื่อสัตย์สุจริต อุตสาหะพากเพียร และมีความจงรักภักดีต่อบริษัทฯ รักษาชื่อเสียงของบริษัทฯ
    3. พนักงานพึงใช้ทรัพย์สินของบริษัทฯ อย่างประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุด ให้คงสภาพดี ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ให้สูญเปล่า เสียหาย หรือเสื่อมสลายก่อนเวลาอันสมควร
    4. พนักงานไม่พึงใช้อำนาจหน้าที่ของตนเองเพื่อประโยชน์ของตนเองและต่อผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ
    5. พนักงานพึงรายงานเรื่องที่เป็นผลกระทบต่อการดำเนินงาน หรือชื่อเสียงของบริษัทฯ ให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยมิชักช้า
    6. พนักงานพึงรักษาความลับของบริษัทฯ ไม่ควรเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร นวัตกรรมทั้งทางวัตถุและทางความคิด อันจะมีผลกระทบให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ และไม่นำข้อมูลที่ได้จากหน้าที่การงานไปหาประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อประโยชน์แก่ผู้ใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลการเงิน การปฏิบัติงานข้อมูลธุรกิจ แผนงานในอนาคตของบริษัทฯ และอื่น ๆ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานให้บริษัทฯ และหลังจากพ้นสภาพการปฏิบัติงานแล้ว
    7. พนักงานพึงดูแลรักษาสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของบริษัทฯ
    8. พนักงานรวมถึงผู้บริหารพึงมีจิตสำนึกในการประเมินความเสี่ยง ในเรื่องความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ทุกครั้งก่อนเริ่มงานใด ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ปฏิบัติการ หากพบเห็นสภาพการทำงาน หรือสภาวะที่ไม่ปลอดภัย ให้หยุดการปฏิบัติงานนั้นทันที และแก้ไขสภาพอันตรายดังกล่าวให้ปลอดภัยก่อนที่จะปฏิบัติงานต่อไป และรายงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทันที

    4.4 ข้อพึงหลีกเลี่ยงในการประพฤติปฏิบัติที่ขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ

    1. พนักงานไม่พึงใช้ตำแหน่งหน้าที่ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมแสวงหาประโยชน์ส่วนตน หรือพรรคพวก หรือทำธุรกิจแข่งขันกับบริษัทฯ
    2. พนักงานไม่พึงประกอบการดำเนินการทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมในธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัทฯ หรือขัดผลประโยชน์กับบริษัทฯ
    3. พนักงานไม่พึงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท หากกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทนั้นมีญาติพี่น้องของพนักงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
    4. พนักงานไม่พึงมีส่วนได้ส่วนเสียใดๆกับลูกค้า หรือคู่ค้าไม่ว่าจะอยู่ในฐานะที่เป็นเจ้าของกิจการ หุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น กรรมการ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือที่ปรึกษา ซึ่งถ้ามีส่วนได้ส่วนเสียต้องเปิดเผยให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที
    5. พนักงานไม่พึงเรียกหรือรับผลประโยชน์ ทรัพย์สิน หรือผลตอบแทนใดๆ จากลูกค้าและผู้ที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ นอกเหนือจากที่บริษัทฯ เรียกเก็บ

    4.5 ข้อพึงประพฤติปฏิบัติต่อลูกค้า

    1. พนักงานพึงยึดมั่นในจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ให้บริการที่ดีต่อลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ มีความซื่อสัตย์ สุจริต และชี้แจงให้ลูกค้าทราบถึงสิทธิอันพึงมีพึงได้
    2. พนักงานพึงให้บริการแก่ลูกค้าด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เต็มใจ จริงใจ และสุภาพ รวมทั้งมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของลูกค้า

    4.6 ข้อพึงปฏิบัติต่อคู่ค้า

    1. พนักงานพึงปฏิบัติต่อคู่ค้าด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และด้วยความเสมอภาค
    2. พนักงานไม่พึงนำความลับ หรือข้อมูลทางการค้าของคู่ค้าไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นและไม่กล่าวร้ายทับถมคู่ค้า
    3. พนักงานไม่พึงเกี่ยวข้องทางการเงิน หรือผลประโยชน์ใดๆ กับคู่ค้า อาทิเช่น ร่วมทุนทำการค้า ให้ยืมหรือกู้ยืมเงิน เป็นต้น
    4. พนักงานไม่พึงเรียกร้องเอาผลประโยชน์จากคู่ค้า เพื่อการตอบแทนการทำงานในหน้าที่ของตน
    5. พนักงานไม่พึงให้หรือรับ การเลี้ยงรับรอง สิทธิประโยชน์ หรือของอันมีราคาแพง หรือการรับนั้นทำให้พนักงานต้องยอมปฏิบัติตามความประสงค์ของคู่ค้าในสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อหลักปฏิบัติโดยปกติของบริษัท

    4.7 ข้อพึงประพฤติปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา

    1. รับฟังคำแนะนำของผู้บังคับบัญชา และไม่ปฏิบัติงานข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเป็นผู้สั่ง รวมทั้งควรมีความสุภาพต่อพนักงานที่มีตำแหน่งเหนือตน
    2. ปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยเมตตาธรรมและยุติธรรม ดูแลเอาใจใส่และพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ถ่ายทอดความรู้ และสนับสนุนด้านการอบรม เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์อยู่เสมอ
    3. รับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะของผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวกับงาน และพิจารณานำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ต่องาน
5. ข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับสภาวะสิ่งแวดล้อม
  • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องร่วมกันส่งเสริมและสร้างสรรค์สังคม ทั้งในส่วนของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อความเจริญก้าวหน้าต่อสังคมโดยรวมกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องดูแลป้องกันมิให้การดำเนินงานของบริษัทฯ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพชีวิตของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

    1. พึงปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ สนับสนุน และเผยแพร่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทรัพยากรดังกล่าวในกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ อย่างประหยัด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้ในลักษณะที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    2. พึงระลึกเสมอว่าการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องถือเป็นสิ่งที่สำคัญ
    3. พึงใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และพยายามหาสิ่งทดแทนทรัพยากรธรรมชาติที่นำมาใช้โดยคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต
    4. พึงพยายามหาวิธีนำของใช้แล้วจากสถานประกอบการมาปรับปรุงใช้อีก
    5. พึงอนุรักษ์ปรับปรุงรักษาซึ่งอาคาร สถานที่ และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยงดงามและถูกสุขลักษณะ
    6. พึงรักษาและปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อขจัดอันตรายที่อาจเกิดต่อสถานที่และสภาวะแวดล้อมให้เป็นมาตรฐานสากล
6. จรรยาบรรณวิชาชีพ
  • "วิชาชีพวิศวกรรม" เป็นวิชาชีพที่ต้องการบุคคล ผู้กอร์ปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม และมีความรู้ความสามารถทางวิศวกรรมเป็นอย่างดี วิศวกรจะต้องปฏิบัติวิชาชีพด้วยความเที่ยงธรรม และมีสัจจะความมุ่งหมายของจรรยาบรรณและข้อกำหนดนี้ ก็เพื่อเป็นหลักยึดในการปฏิบัติวิชาชีพ เพื่อความยุติธรรม และความเหมาะสม

    การประพฤติตนให้อยู่ในจรรยาบรรณและมีจริยธรรมนั้น เป็นรากฐานแห่งการเสริมสร้างศรัทธาและความน่าเชื่อถือ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการให้บริการทางวิศวกรรม การกระทำใดๆ ของพนักงานของบริษัทฯที่ผิดไปจาก บัญญัติเรื่องจรรยาบรรณและข้อกำหนดเกี่ยวกับจริยธรรมที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้นี้ ถือว่าพนักงานบริษัทผู้นั้นได้กระทำความผิดต่อวิชาชีพ และต่อบริษัทฯ จึงจะต้องได้รับโทษทางวินัย

    6.1 พันธกรณีต่อวิชาชีพ

    1. วิศวกรของบริษัทฯ พึงให้ความร่วมมือในการส่งเสริมวิชาชีพวิศวกรรม โดยการแลกเปลี่ยนข่าวสารความรู้ ประสบการณ์กับวิศวกรอื่น ตลอดจนนิสิตนักศึกษา โครงการช่วยงานสมาคมวิศวกรรมต่างๆ รวมทั้งสถาบันการศึกษา และการพิมพ์เอกสารเผยแพร่ความรู้วิชาชีพวิศวกรรม
    2. วิศวกรของบริษัทฯ ต้องไม่โฆษณาผลงานของตนเองในลักษณะที่เป็นการโอ้อวด พึงหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะนำความเสื่อมเสียมาสู่วิชาชีพวิศวกรรม
    3. วิศวกรของบริษัทฯ ย่อมไม่ปฏิบัติวิชาชีพเกินขอบเขตความรู้ ความสามารถของตนเอง
    4. วิศวกรของบริษัทฯ ต้องไม่รับงานแต่เพียงในนาม และต้องปฏิบัติตามหลักวิชาชีพโดยเคร่งครัด
    5. วิศกรของบริษัทฯ ต้องไม่ใช้วิชาชีพ ความรู้ความสามารถในทางที่ผิดกฎหมาย
    6. วิศวกรของบริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพของสมาคมวิชาชีพ และปฏิบัติตามกฎหมาย

    6.2 พันธกรณีต่อสาธารณะ

    1. วิศวกรของบริษัทฯ พึงให้การสนับสนุนในการเผยแพร่ ความรู้ทางด้านวิศวกรรม และพึงพยายามขจัดการแพร่ข่าวสารที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง หรือขยายความเกินความจริงหรือที่ไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับวิศวกรรม
    2. วิศวกรของบริษัทฯ พึงให้ความระมัดระวังในเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต สุขภาพของคนงานและสาธารณะชน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบกระเทือนจากงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน

    6.3 พันธกรณีต่อผู้ว่าจ้าง

    1. พนักงานของบริษัทฯ ต้องซื่อตรงต่อผู้ว่าจ้างของตน
    2. พนักงานของบริษัทฯ พึงแสดงฐานะของตนให้ผู้ว่าจ้างทราบก่อนที่จะรับดำเนินการ ในกรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำใดๆ ซึ่งตนเองอาจจะมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย
    3. ในกรณีที่วิศวกรของบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบในความพอเพียงทางเทคนิคของงานวิศวกรรม หากผู้มีอำนาจ เหนือกว่ามีความเห็นเป็นอย่างอื่น วิศวกรต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง
    4. ในกรณีที่เห็นว่า การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้างของตน พนักงานของบริษัทฯ จะต้องแนะนำให้ผู้ว่าจ้าง จ้างผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวและตนต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
    5. พนักงานของบริษัทฯ ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจการค้า หรือกระบวนการทางเทคนิคของผู้ว่าจ้าง โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง
    6. พนักงานของบริษัทฯ ต้องไม่รับค่าตอบแทนเป็นเงินหรือสิ่งอื่นใดจากผู้ว่าจ้างหลายรายในการให้บริการงานชิ้นเดียวกัน นอกจากจะได้รับอนุญาตจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแล้ว
    7. ในเรื่องที่เกี่ยวกับงานซึ่งตนรับผิดชอบ พนักงานของบริษัทฯ ต้องไม่รับสิ่งตอบแทนใด ๆ เช่น ค่าคอมมิชชั่น หรือค่าตอบแทนจากผู้ขายวัสดุหรืออุปกรณ์เป็นต้น จากผู้อื่นเป็นอันขาด นอกจากผู้ว่าจ้างของตนเท่านั้น
    8. พนักงานของบริษัทฯ ต้องไม่มีส่วนได้เสียในฐานะเป็นผู้รับเหมาหรือร่วมทุนในการประกวดราคางานซึ่งตนเป็นผู้รับผิดชอบ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องนอกจากจะได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างเสียก่อน
    9. พนักงานของบริษัทฯ ต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างของตนทราบทันทีถึงกิจการใดๆ ซึ่งตนมีส่วนได้เสีย และอาจจะเป็นคู่แข่ง หรือมีผลกระทบกระเทือนต่อธุรกิจของผู้ว่าจ้าง

    6.4 พันธกรณีต่อผู้ร่วมวิชาชีพ

    1. พนักงานของบริษัทฯ ไม่ยืดถือผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง และให้เกียรติในผลงานของผู้อื่น
    2. พนักงานต้องไม่กระทำใดๆ อันอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง ความก้าวหน้า หรือการปฏิบัติวิชาชีพของผู้อื่น
    3. พนักงานของบริษัทฯ พึงละเว้นซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์งานของบริษัทอื่นต่อสาธารณะ เว้นแต่จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่
    4. พนักงานของบริษัทฯ ต้องไม่แทรกแซงงานของพนักงานของบริษัทอื่น เมื่อทราบว่าบริษัทอื่นได้มีข้อตกลงทำงานนั้นอยู่แล้ว นอกจากผู้ว่าจ้าง ได้บอกเลิกการจ้างกับบริษัทนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
    5. พนักงานของบริษัทฯ ต้องไม่แข่งขันกับบริษัทอื่นด้วยการตัดราคาค่าจ้างของบริษัทฯ ให้ต่ำกว่าราคาที่บริษัทอื่นเสนอ โดยเฉพาะเมื่อได้ทราบอัตราค่าจ้างของผู้นั้นแล้ว
7. ข้อแนะเมื่อเกิดปัญหา
  • ข้อพึงประพฤติปฏิบัติที่กำหนดขึ้นนี้ ไม่อาจครอบคลุมในทุกๆ เรื่องได้ พนักงานอาจจะเผชิญกับกรณีต่างๆ ที่ไม่คาดคิด เมื่อพนักงานไม่แน่ใจในความเหมาะสมที่จะประพฤติปฏิบัติ พนักงานควรปรึกษาหารือผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น



ข้อกำหนดเกี่ยวกับจริยธรรมธุรกิจ และคู่มือจรรยาบรรณสำหรับ
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน (25 กุมภาพันธ์ 2557)
ดาวน์โหลด