ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร
- จัดทำและนำเสนอนโยบายทางธุรกิจ เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ทางธุรกิจ และงบประมาณประจำปีของบริษัท เพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท
- กำหนดแผนธุรกิจ อำนาจการบริหารงาน และงบประมาณของบริษัท เพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท
- ควบคุมการดำเนินธุรกิจของบริษัท ให้เป็นไปตามนโยบายธุรกิจ เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ธุรกิจ และงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเอื้อต่อสภาพธุรกิจ
- มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการกู้หรือการขอสินเชื่อใด ๆ จากสถาบันการเงิน รวมตลอดถึงการชำระหรือการใช้จ่ายเงินเพื่อธุรกรรมตามปกติธุรกิจของบริษัท เช่น การใช้จ่ายเงินเพื่อการลงทุน และใช้จ่ายเพื่อการดำเนินงานต่าง ๆ ภายใต้วงเงินที่กำหนดไว้ตามตารางอำนาจอนุมัติทั่วไปที่ได้ประกาศไว้
- กำหนดโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมทั้งเรื่องการคัดเลือก การฝึกอบรม การว่าจ้าง และการเลิกจ้างของพนักงานของบริษัท ที่เป็นคณะผู้บริหาร หรือผู้บริหารระดับสูง โดยอาจมอบหมายให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาจ้างแรงงาน
- กำกับดูแล และอนุมัติเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท และอาจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนกระทำการ อย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการบริหารตามที่เห็นสมควรได้ และคณะกรรมการบริหารสามารถยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขอำนาจนั้น ๆ ได้
- ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
- คณะกรรมการบริหารจะต้องรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทโดยทันที ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่ามีการทุจริต การฝ่าฝืนกฎหมาย และมีการกระทำผิดปกติเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและฐานะการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้แก่คณะกรรมการบริหารนั้น กำหนดให้รายการที่กรรมการบริหาร หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งมีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใดกับบริษัทหรือบริษัทย่อย ให้กรรมการบริหารซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใด ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ซึ่งการอนุมัติรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวต้องดำเนินการตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียน
องค์ประกอบและการสรรหากรรมการบริหาร
โครงสร้างคณะกรรมการบริหารประกอบด้วยจำนวนสมาชิกไม่เกิน 7 ท่าน โดยจะต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท และในตำแหน่งต่อไปนี้ให้ถือเป็นกรรมการบริหารของบริษัท โดยตำแหน่ง ดังนี้
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)
- ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน (CFO)
- ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ (CPO)
- ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ (CSO)
- ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน (CAO)
ทั้งนี้ กรรมการบริษัทมีสิทธิเสนอชื่อผู้เข้าเป็นกรรมการบริหาร โดยพิจารณาสรรหามาจากผู้บริหารของบริษัทและบริษัทในเครือได้ตามที่เห็นสมควร
ในกรณีประธานเจ้าหน้าที่บริหารไม่สามารถปฏิบัติงานและไม่มอบหมายบุคคลใดโดยเฉพาะ ให้ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินปฏิบัติหน้าที่แทน
คณะกรรมการบริหารมีกำหนดการประชุมเป็นประจำตามความเหมาะสม
คุณสมบัติคณะกรรมการบริหาร
- คณะกรรมการบริหารต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างดีมีความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจและมีเวลาเพียงพอที่จะอุทิศความรู้ความสามารถ และปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทอย่างเต็มที่
- คณะกรรมการบริหารต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง